ทำบุญบริจาคโลงศพผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร

February 6th, 2017

บริจาคโลงศพ

 

มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับอานิสงส์ของการบริจาคโลงศพ โดยส่วนใหญ่เชื่อว่า เป็นการทำบุญที่ได้บุญมาก ช่วยสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา สืบอายุ ช่วยให้พ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ จึงเป็นที่มาของความนิยมในการบริจาคโลงศพที่มีมากขึ้นในรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป บางที่ก็เพียงแต่ซื้อโลงศพเพื่อบริจาคแล้วอธิษฐานแผ่เมตตาจิตถึงผู้เสียชีวิต บางที่จะมีการทำพิธีเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ เช่น การลงไปนอนบนฝาโลง นอนในโลง มีการทอดผ้าบังสุกุลและนิมนต์พระมาสวด เชื่อกันว่าจะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หายไปได้

แท้จริงแล้วนั้นการให้ทานทั้งหลายถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ 10 ปราการ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญ มีความหมายหมายถึง สิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เป็นชื่อของธรรมะ ที่เป็นเหตุให้ กาย วาจา ใจ อยู่ในความดีงาม การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ จึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ จึงจะทำให้ได้บุญมากอย่างที่เข้าใจกันได้

มีผู้รู้ได้วิจารณ์เกี่ยวกับอานิสงส์ของการบริจาคโลงศพด้วยความเชื่อในแบบต่าง ๆ ไว้ดังนี้

บริจาคโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้ตายที่ขัดสนยากไร้ หรือศพไร้ญาติ อย่างนี้เป็นบุญที่ทำด้วยความสงสาร และปรารถนาจะช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีธรรมะ คือ ความเมตตากรุณาเป็นปัจจัยให้บริจาคทาน ถือเป็นการทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์

บริจาคโลงศพโดยการนอนบนฝาโลง ทอดผ้าบังสุกุล และนิมนต์พระมาสวดชักผ้าบังสุกุล ด้วยความเชื่อและคิดหวังให้เป็นการสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากร่างกาย และต่อชะตาสืบอายุให้มีโชคมีชัย เจริญก้าวหน้าในชีวิต

ธรรมเนียมการแต่งกายอันถือเป็นธรรมเนียมที่ถูกปฏิบัติสืบมา

January 30th, 2017

การแต่งกายไว้ทุกข์ที่ถูกต้อง

ตามธรรมเนียมเก่าแก่ในเรื่องของการแต่งกายไว้ทุกข์ เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์สวรรคตนั้น เดิมทีมีระเบียบแบบแผนที่ยึดปฏิบัติกันมาช้านาน แต่ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และค่านิยมจากตะวันตก…

โดยสีของเสื้อผ้าจะเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตและผู้แต่งกาย หากผู้เสียชีวิตมีศักดิ์ใหญ่กว่าเราผู้น้อยแต่งด้วยสีขาว…ในทางกลับกัน หากผู้เสียชีวิตมีศักดิ์น้อยกว่า ควรแต่งด้วยสีดำ

ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเป็นวงกว้าง การแต่งกายไว้ทุกข์จึงเปลี่ยนเป็นสีดำ หรือสีขาวดำ ซึ่งวัฒนธรรมดังกล่าว ถูกใช้เรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน

ซึ่งในการเข้าไป ประชาชนทั้งชายและหญิง ควรแต่งกายด้วยสีสุภาพ เช่น ขาว, ดำ, เทา และไม่ควรมีลวดลาย อย่านำเครื่องประดับที่เป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของพระบรมวาศานุวงศ์ที่ยังมีชีวิตมาติดประดับบนเสื้อผ้า นับว่าเป็นสิ่งไม่สมควร ซึ่งสิ่งของอันเป็นมงคลไม่ควรอยู่กับสิ่งของที่ไม่เป็นมงคล ในกรณีที่ประชาชนจะร่วมถวายสักการะพระบรมศพนั้น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายควรยึดตามหลักสากล โดยผู้หญิงไม่ควรนุ่งกางเกง แต่ควรสวมใส่กระโปรงยาวคุมเข่า ไม่รัดรูป ไม่แขนกุด ไม่แฟชั่น ส่วนชายควรสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทดำ กางเกงดำ

พิธีกรรมในงานศพไทย

January 17th, 2017

รดน้ำ

 

พิธีรดน้ำศพ
ก่อนที่จะนำศพใส่โลงเมื่อมีคนสิ้นลมหายใจแล้วจะนำศพมาทำพิธี ซึ่งพิธีที่จะทำเริ่มแรก คือ การอาบน้ำศพหรือที่เรียกกันว่า “พิธีรดน้ำศพ” ซึ่งการรดน้ำศพจะจัดพิธีหลังจากคนตายไปไม่นานนัก โดยใช้น้ำมนต์ผสมน้ำสะอาดโรยด้วยดอกไม้หอมหรืออาจะใช้น้ำอบผสมด้วย ผู้ที่มารดน้ำศพจะรดที่มือข้างหนึ่งของผู้ตายที่ยื่นออกมาและกล่าวคำไว้อาลัย ถือเป็นพิธีเริ่มต้นเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ตาย มักเชิญคนสนิท คนรู้จักหรือผู้ที่เคารพนับถือไปรดน้ำศพเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่จากไป

เมื่อท่านไปถึงในพิธีควรจะทักทายและแสดงความเสียใจต่อเจ้าภาพจากนั้นจึงนั่งรอในที่จัดเตรียมไว้ เจ้าภาพจึงจะเชิญท่านไปรดน้ำยังบริเวณที่ตั้งศพ ท่านจึงทำความเคารพศพและเทน้ำอบที่เจ้าภาพได้จัดเตรียมไว้ลงบนฝ่ามือและอโหสิกรรมให้กับผู้ที่ล่วงลับ

 

สวด

 

พิธีสวดอภิธรรม
งานสวดอภิธรรมหรืองานสวดศพเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นสัจธรรมของชีวิตว่า โดยปรมัตถธรรมแท้จริงแล้ว ชีวิตประกอบด้วยธรรมชาติ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นรูป คือ ร่างกาย อันประกอบด้วยธรรมชาติ 4 อย่าง คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (ธาตุ 4) กับส่วนที่เป็นนาม คือ จิตเจตสิก (ขันธ์ 5 : เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ถ้าเห็นสัจธรรมของชีวิตตามธรรมชาติด้วยปัญญาญาณย่อมบรรลุถึงพระนิพพาน การดับกิเลสคือการดับทุกข์ได้ ดังนั้นการสวดพระอภิธรรมในงานศพย่อมมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เห็นความจริงของชีวิตตามธรรมชาติหรือธรรมดารวมถึงระลึกถึงคุณความดีของผู้ที่ล่วงลับ และการเชิญพระมาสวดบทอภิธรรมที่มีความหมายเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต ส่วนใหญ่มักจัดเป็นงานบุญ 7 วันในตอนกลางคืน

ในส่วนนี้เองที่มักมีการส่งพวงหรีดไปร่วมแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้ที่ล่วงลับ โดยอาจเลือกพวงหรีดที่สวยงามสามารถย่อยสลายง่ายและทำจากวัสดุธรรมชาติหรือพวงหรีดผ้าที่มีการจัดเตรียมอย่างสวยงามไม่แพ้พวงหรีดดอกไม้สด รวมถึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งการติดตั้งพวงหรีดไม่ควรติดตั้งเองควรส่งให้กับเจ้าภาพหรือผู้ที่ดูแลนำไปติดตั้ง

เมื่อเข้ามาในศาลาที่ตั้งโลงศพควรกราบพระก่อนด้วยเบญจางคประดิษฐ์ จากนั้นจึงจุดธูป 1 ดอกเพื่อไหว้เคารพตามความเหมาะสม เช่น
• หากผู้ตายเป็นผู้สูงอายุ ให้กราบ 1 ครั้งแบบไม่แบมือ
• หากผู้ตายเป็นพระภิกษุสงฆ์ ให้กราบเบญจางคประดิษฐ์
• หากผู้ตายอยู่ในวัยเดียวกัน ให้ยืนคำนับหรือนั่งไหว้
• หากผู้ตายเป็นผู้น้อยหรืออายุน้อยกว่า ให้ยืนหรือนั่งในท่าสงบ
• หลังจากที่การสวดอภิธรรมเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วจะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่จากไปด้วยพิธีทอดผ้าบังสุกุลและถวายของจตุปัจจัยให้แก่พระสงฆ์ จากนั้นเป็นการกรวดน้ำให้แก่ผู้ที่ล่วงลับจึงจบพิธีสวดอภิธรรมในแต่ละคืน

การแต่งกายเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

January 9th, 2017

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81

หลังจากสำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

หลายคนอาจเกิดคำถามเกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายอย่างไรให้เหมาะสมแก่การเข้าไปสักการพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ทั้งยังเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุดแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสำนักพระราชวังได้ออกประกาศเกี่ยวกับระเบียบการแต่งกายดังนี้ สำหรับการแต่งกายที่เหมาะสม คือ

 

สำหรับประชาชนทั่วไปให้ใช้สีดำล้วนเป็นการสุภาพที่สุด

การแต่งกายของพสกนิกรชาวไทยเพื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ควรแต่งกายด้วยสีดำเป็นพื้นฐาน โดยใช้สีขาวหรือสีเทาสลับได้ ซึ่งสีดำล้วนถือว่าเป็นการแต่งกายที่สุภาพที่สุด

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81

รูปแบบเครื่องแต่งกายต้องสุภาพ

เสื้อผ้าควรมีรูปแบบที่สุภาพ เป็นสีพื้นไม่มีลวดลาย โดยหลักควรเป็นสีดำ แต่สามารถใส่สีขาวหรือสีเทาสลับได้ ไม่ควรใส่เสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว เกาะอก เสื้อเปิดไหล่ เสื้อคอกว้างเกินไป หากจำเป็นต้องสวมใส่เสื้อที่เปิดไหล่ สามารถสวมผ้าคลุมสีดำคลุมทับ หรือสวมเสื้อสูทหรือเสื้อคาร์ดิแกนสีดำทับได้เช่นกัน กางเกงไม่ควรเป็นกางเกงขาสั้น หรือกางเกงรัดรูป สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น โดยกางเกงยีนส์สามารถสวมใส่ได้ แต่ต้องเป็นกางเกงยีนส์สีเข้ม ไม่ฟอกสี ไม่ขาด

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81

เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ถือเป็นการมิควร

สำหรับเสื้อดำที่มีตราสัญลักษณ์ประจำองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนั้น ไม่ควรนำมาสวมใส่เพื่อแสดงความอาลัย ถือว่าเป็นการมิควรเนื่องจากไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต และถือว่าเป็นการผิดกาลเทศะ

 

ข้าราชการกรณีมิได้เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ

ข้าราชการชาย การแต่งกายทั่วไปในการปฏิบัติราชการ ข้าราชการชายให้แต่งด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวหรือสีดำ ผูกเนกไทสีดำ หากจะสวมเสื้อสูทหรือเสื้อคลุมให้ใช้สีดำ โดยอาจใช้ผ้าสักหลาดหรือผ้าโปร่งสีดำพันแขนเสื้อเบื้องบนได้ตามสมควร

ข้าราชการหญิง การแต่งกายทั่วไปในการปฏิบัติราชการ ข้าราชการหญิงให้แต่งกายสุภาพตามรัฐพิธี โดยให้ใช้เครื่องดำล้วน กรณีข้าราชการที่มีกฎหมายกำหนดไว้อย่างอื่นเป็นการเฉพาะ ก็ให้แต่งกายตามนั้น

ประเพณีการตายของชาวจีนในจังหวัดภูเก็ต

January 5th, 2017

%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99

ชาวจีนให้ความสำคัญกับประเพณีการตายโดยเฉพาะพิธีศพของบุพการี ผู้เป็นบุตรหลานจะต้องจัดอย่างดีที่สุดเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา มีความละเอียดซับซ้อนสะท้อนภูมิปัญญาเก่าแก่ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เพื่อให้เกียรติแก่ผู้ตายและส่งผู้ตายไปยังภพภูมิที่ดี และบุตรหลานที่ยังมีชีวิตอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง รักใคร่สามัคคีกัน เมื่อชาวจีนอพยพไปอยู่ที่ใดก็นำเอาขนบธรรมเนียมประเพณีของชนชาติตนไปปฏิบัติ แม้ว่าชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นฮกเกี้ยน การจัดพิธีศพเป็นไปตามแบบของชาวจีนฮกเกี้ยน แต่ก็มีขั้นตอนพิธีกรรมคล้ายคลึงกันกับชาวจีนภาษาอื่นๆ ต่างกันแต่รายละเอียดปลีกย่อย

การแต่งตัวให้ศพ

ชาวจีนนิยมจัดพิธีศพที่บ้านของผู้ตาย ลูกหลานจะอาบน้ำแต่งตัวและตั้งศพไว้ในบ้าน 1 คืน การแต่งตัวศพ ผู้ชายนิยมใส่ชุดท่อนบน(เสื้อ) 4 ตัว ชุดท่อนล่างเป็นกางเกง 2 ตัว รวมกันเป็น 6ชิ้น ผู้หญิงนิยมใส่ชุดท่อนบน 4 ตัว ชุดท่อนล่างเป็นกางเกง 2 ตัว ชิ้นนอกสุดเป็นผ้าถุงหรือเป็นชุดกระโปรงแบบจีน รวมเป็น 7 ชิ้น (ผู้ชายเป็นคู่ผู้หญิงเป็นคี่) ชิ้นนอกสุดนิยมเป็นสีม่วงเข้มการสวมเสื้อ 4 ตัวนั้น คนจีนสมัยก่อนจะนิยมเย็บเสื้อของตัวเองเตรียมไว้สำหรับสวมในวันตาย โดยชั้นในสุดมักเป็นชุดขาว ชั้นนอกเป็นการแต่งกายให้ผู้ตายดูดีมีเกียรติที่สุด การสวมเสื้อผ้าให้ผู้ตายนั้นมีพิธีที่เรียกว่าโถ้ซ้า套衣โดยลูกชายคนโตต้องไปยืนบนเก้าอี้เตี้ยๆ ที่หน้าประตูบ้าน สวมหมวกสานไม้ไผ่ บนหมวกปักดอกกุหลาบแดง ตะเกียบ 12 คู่(เสียบบนหมวก) ยืนกางแขนหน้าบ้านถือเชือก(เพื่อเวลาถอดจะได้ดึงเชือกออกมาพร้อมกัน)ให้คนทำพิธีสวมเสื้อให้ทีละชิ้น เสร็จแล้วถอดเสื้อทั้งหมดออกพร้อมกัน จากนั้นลูกชายเดินออกมาแล้วขว้างหมวกขึ้นไปบนหลังคา แล้วจึงนำเสื้อไปสวมให้แก่ผู้ตาย “คนเป็นสวมกระดุมไว้ข้างหน้า คนตายสวมกระดุมไว้ข้างหลัง”หมายถึงการสวมเสื้อให้ผู้ตายจะสวมเอาด้านหลังของเสื้อมาไว้ด้านหน้า นอกจากเสื้อผ้าแล้วยังสามารถสวมหมวก รองเท้า ถุงมือให้ผู้ตายอย่างเต็มยศ และต้องวางมุก 1 เม็ดไว้ที่หน้าผากของผู้ตาย มุกเปรียบเหมือนแสงสว่างติดไว้ที่หน้าผากเพื่อนำทางหรือเปิดทางให้ผู้ตายเดินทางไปสู่ปรโลก (ชาวกวางตุ้งนิยมนำหยกใส่ลงไปในปากของผู้ตาย)